สิงห์บลูส์ โคตรโหด บุกปราบ สเปอร์ส คาบ้าน

557
สิงโตน้ำเงินคราม ต้องบอกว่าสุดโหดจริงๆ

สิงห์บลูส์ สุดโหดจริงๆ พวกเขาสามารถกดเจ้าบ้านได้ตลอดแทบทั้งเกม และสร้างโอกาสได้มากมาย แต่สุดท้ายยิงได้แค่ประตูเดียวจากจุดโทษของ จอร์จินโญ่ ในช่วงกลางครึ่งแรก

เชลซี ในยุค โธมัน ทูเคิ่ล ดูเหมือนฟอร์มกำลังติดลมบนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเดินทางไปทำศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และจัดการปราบ “ไก่เดือยทอง” ด้วยสกอร์ 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซี
สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องบอกว่าสุดโหดจริงๆ

ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ เชลซี ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนน มี 36 แต้มห่างจากท็อปโฟร์แค่ 4 คะแนนเท่านั้น ที่สำคัญ “สิงห์บลูส์” ในยุค ทูเคิ่ล มีเกมรับที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น โดยยังไม่เสียประตูเลยใน 3 เกมแรกที่เขากุมบังเหียน

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้เปลี่ยนแปลง เชลซี ทั้งในเรื่องของสไตล์การเล่น และทัศนคตินักเตะไปอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เป็นทีมที่มีเกมรุก และเกมรับที่มีความลงตัวอย่างมาก ที่สำคัญยังเป็นทีมที่มีความยืดหยุ่นในการเล่นสูงด้วย

3 เกมภายใต้การกุมบังเหียนของ ทูเคิ่ล เราทุกคนคงเห็นได้ชัดว่าเขาสามารถปรับจูน เชลซี ชุดนี้ให้มีการเล่นที่ลงตัว โดยเฉพาะสไตล์การเล่นเกมบุกที่สามารถข่มขวัญ และครองเกมได้เหนือกว่าคู่แข่งตลอดตั้งแต่ต้นจนจบเกม

เชลซี
โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนแปลง เชลซี

กุนซือชาวเยอรมัน ใช้ระบบการเล่น 3-4-3 เหมือนกับที่ อันโตนิโอ คอนเต้ เคยใช้กับ “สิงห์บลูส์” จนประสบความสำเร็จมาแล้ว แนวรับอย่าง ติอาโก้ ซิลวา,  เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ได้ลงเล่นตัวจริง 3 เกมติดต่อกัน ส่วน เคิร์ท ซูม่า แข้งขวัญใจ แฟร้ง แลมพาร์ด โดนดร็อปไปเป็นตัวสำรอง

ขนาดตอนที่ ซิลวา ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัว ทูเคิ่ล สามารถที่จะแก้ปัญหาเกมรับด้วยการส่ง อันเดรียส คริสเตนเซ่น ลงมาทำหน้าที่แทน ก็สามารถที่จะเล่นกันได้อย่างเข้าขากับ อัซปิลิกวยต้า และ รือดิเกอร์

ส่วนแผงกองกลาง ทูเคิ่ล เลยใช้ จอร์จินโญ่ กับ มาเตโอ โควาซิช ซึ่งทั้งสองคนเล่นได้อย่างเข้าขา ด้าน คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักเตะคนสำคัญของ ทูเคิ่ล หลังจากที่ได้ลงตัวจริงในตำแหน่งแนวรุกริมเส้นมาตลอด 3 เกมที่ผ่านมา

ไร้ แฮรี่เคน  ก็เป็นทางด้าน เชลซี ที่ได้เปรียบ

มูรินโญ่ เคยออกมาเปิดปากยอมรับหลังเกมที่ “ไก่เดือยทอง” แพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ว่าการที่ทีมขาด แฮร์รี่ เคน มีความหมายมากกว่าการขาดกองหน้า เพราะกัปตันทีมชาติอังกฤษ มีความสำคัญมากกว่าแค่การยิงประตู

หัวหอกเลือดผู้ดี เปรียบเสมือนหัวใจของ สเปอร์ส และงานนี้ นายใหญ่ชาวโปรตุกีส เชื่อว่าการที่ไม่มี เคน ลงสนามส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมอย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วง 3 แมตช์หลังสุด

สิงห์บูลล์
การขาด เคน ไปส่งผลให้ “อาซน” ไม่มีคู่หู

แถมหลักฐานที่ยืนยันว่า ไก่เดือยทอง ขาด เคน ไม่ได้เลยก็คือผลงานของ ซน ฮึง-มิน เพราะทั้งสองคนเปรียบเสมือนคู่หูจอมถล่มประตูในฤดูกาลนี้ และพวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อได้ลงสนามร่วมกัน

อย่างไรก็ตามการขาด เคน ไปส่งผลให้ “อาซน” ไม่มีคู่หูที่รู้จักในแดนหน้าที่รู้ใจ ทำให้เขาฟอร์มดร็อปลงไปด้วย เพราะในช่วงที่ผ่านมา หัวหอกชาวอังกฤษ มักจะลงมาเล่นหน้าต่ำ เพื่อที่จะคอยป้อนบอลให้ ดาวยิงทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งก็ได้ผลอย่างมาก

การที่ สเปอร์ส ไม่มี เคน อยู่ในทีม ทำให้ ซน ฮึง-มิน แทบไม่มีโอกาสได้บอลสวยๆ เพื่อเข้าไปส่องประตูคู่แข่งเลย งานนี้สาวก “ไก่เดือยทอง” คงคาดหวังที่จะได้เห็นทั้งคู่กลับมาประสานงานกันให้เร็วที่สุด

มนต์ขลังรถบัสค่อยๆ เสื่อม

ตลอดอาชีพการกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ เขามักจะมีสถิติที่ดีเยี่ยมในการนำลูกทีมเล่นในบ้าน โดยตลอด 9 ซีซั่นที่ทำงานให้กับหลายๆ ทีมอย่าง เชลซี, งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน และ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เขามักจะทำผลงานได้ดีเสมอเมื่อเล่นในถิ่นตัวเอง

อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนว่ามนต์ขลังรถบัสยี่ห้อ เฮียมู จะไม่ค่อยขลังซะแล้ว เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกของ มูรินโญ่ ที่คุมทีมแพ้ในบ้านสองเกมติดต่อกันจากการทำงานในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตลอดอาชีพการเป็นกุนซือของเขา

สิงห์บูลล์
สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องบอกว่าสุดโหดจริงๆ

แน่นอนว่า มูรินโญ่ มักจะได้รับการขนานนามว่าเป็นจอมแท็กติก โดยเฉพาะเมื่อนำทีมเล่นในสนามของตัวเอง และส่วนใหญ่แล้วผลงานก็มักจะข่มคู่แข่งตลอด แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่าการเล่นในบ้านของ “เฮียมู” มันไม่ได้ขลังเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น มูรินโญ่ ยังควานหาชัยชนะในเกมลีกไม่เจอเลย 3 แมตช์หลังสุด โดย สเปอร์ส แพ้เรียบวุธ และยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่านี่ถือสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงทั้งกับอันดับบนตารางลีกของพวกเขา และอนาคตในการกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ ด้วย

ครองเกมดี สร้างโอกาสเยอะ แต่ต้องปรับปรุงเรื่องความเฉียบคม

แม้ว่าผลงานโดยรวมของ เชลซี จะโดดเด่นมากๆ ในเกมเยือน สเปอร์ส แต่สิ่งที่พวกเขาควรจะต้องมีการปรับปรุงนั่นก็คือเรื่องการจบสกอร์ในพื้นที่สุดท้าย เพราะหากดูจากสถิติการสร้างโอกาสแล้ว ต้องบอกว่าน่าเสียดายที่ทีมยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น

การยิงประตูในเกมนี้ของ สิงห์บลูส์ มีถึง 18 ครั้งแต่ดันเข้าเปาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหากเมื่อจบการแข่งขันพวกเขาคว้า 3 คะแนนได้ แต่มันจะกลายเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดเมื่อสุดท้ายแล้วทีมพลาดชัยชนะ

สิงห์บูลล์-https://123pro1.com/
สิงโตน้ำเงินคราม ต้องบอกว่าสุดโหดจริงๆ

ตลอดทั้งเกมแดนกลาง กับแนวรุกยืนตำแหน่งกันได้อย่างสุดยอด แต่น่าเสียดายที่จังหวะการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษถือว่ายังต้องปรับปรุงอีกเยอะ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเดินทางมาเยือน สเปอร์ส และได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่ถ้าทีมสามารถเปลี่ยนโอกาสที่ครึ่งหนึ่งที่สร้างขึ้นมาให้เป็นประตู สกอร์คงจะสวยหรูกว่านี้

สำหรับตอนนี้ต้องยอมรับว่าเกมรับ และเกมแดนกลางของ เชลซี ในยุค ทูเคิ่ล มีความโดดเด่นและน่าประทับใจมากๆ จะเหลือก็แค่เกมบุกเท่านั้น ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาปรับจูนสักพักทุกอย่างคงจะลงตัวยิ่งกว่านี้

โธมัส ทูเคิ่ล ที่เข้ามารับงานได้เพียง 3 นัดพาทีมเก็บไปแล้ว 7 แต้ม โดยยังไม่แพ้ทีมใดเลย และนับเป็นชัยชนะหนแรกในศึกลอนดอนดาร์บี้ของทูเคิ่ลอีกด้วย ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องเครียดหนักเหตุสเปอร์สแพ้ 3 เกมลีกติดต่อกันแล้วพร้อมขยับแซงขึ้นไปอยู่ที่ 6 ของตารางคะแนน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป เชลซี จะออกไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด