แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แธมป์ตัน คาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

423
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน4
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน

แมนยูไนเต็ด ฟื้นคืนชีพอย่างโหดหลังจัดการฝัง “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน เละจนหาทางกลับบ้านไม่เจอด้วยสกอร์ 9-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

การยิงได้ 9 ประตูในเกมนี้ส่งผลให้ แมนยูไนเต็ด มีผลต่างประตูได้เสีย 19 ลูกเท่ากับ ลิเวอร์พูล และตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แค่ 5 ลูกเท่านั้น ที่สำคัญพวกเขากลายเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในลีกฤดูกาลนี้ ฉะนั้นแค่แมตช์เดียวส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงมากมายของ แมนยูไนเต็ด  ดีไม่ดีอาจจะเป็นแมตช์ที่นำไปสู่ความสำเร็จเมื่อจบฤดูกาล 2020/2021 ก็ได้

นักบุญ พลาดเองต้องโดนลงทัณฑ์

แมนยูไนเต็ด โคตรโหด
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน

ก่อนที่แมตช์นี้จะเปิดฉาก ฟอร์มของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรเลย หลังจากเกมลีกที่ชนะ ลิเวอร์พูล ช่วงต้นปี ที่เหลือก็คือคำว่าแพ้รวดเรียบวุธ ดังนั้นการมาเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โอกาสที่จะกลับบ้านมือเปล่ามีค่อนข้างสูง แต่ไม่คิดว่าเกมมันจะจบตั้งแต่สองนาทีแรก

เรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากการเข้าบอลที่พรวดพราดขนาดสติของ อเล็กซานเดอร์ ยานเควิตซ์ แข้งดาวรุ่งวัย 19 ปีไปเปิดปุ่มอันตรายเข้าใส่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำให้ ไมค์ ดีน ไม่มีทางเลือกต้องแจกใบแดงเป็นการลงโทษ

หลังจากที่เปิดปุ่มใส่ “แม็คโท” ยานเควิตซ์ ยังทำหน้ายอมรับสภาพไม่บ่นสักคำ และทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ในหน้าประวัติศาสตร์ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่โดนไล่ออกหลังจากที่เกมเปิดฉากมาได้แค่ 2 นาที

ยานเควิตซ์ คงจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในครั้งนี้ หลังจากที่เขาได้สัมผัสเกมลูกหนังลีกสูงสุดเป็นแมตช์ที่ 2 และเป็นตัวจริงครั้งแรกให้กับ “เดอะ เซนต์ส” ในอนาคตเจ้าตัวคงจะอ่านเกมให้ดีกว่านี้ก่อนที่จะเข้าบอล โดยเฉพาะกับการเล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด !

สำหรับใบแดงที่ 2 ช่วยท้ายเกมต้องบอกว่าไม่มีผลอะไรมากนักเพราะนักเตะเซาธ์แฮมป์ตัน ถอดใจไปตั้งแต่ช่วงพักครึ่งแล้ว !!

สองฟูลแบ็กแมนยูไนเต็ดทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น

หนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่เกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด บ่อยๆ นั่นก็คือสองฟูลแบ็กของพวกเขาที่ไม่ค่อยได้ช่วยเหลือทีมมากนักโดยเฉพาะในพื้นที่สุดท้าย แต่เกมนี้ทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า และ ลุค ชอว์ ทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างดีเยี่ยม

ประตูแรกต้องบอกเลยว่ามาจากการทำงานร่วมกันได้อย่างสุดยอดของสองฟูลแบ็ก เมื่อ ชอว์ เป็นคนเปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้ วาน-บิสซาก้า ที่วิ่งเติมจากฝั่งขวาส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย เป็นการปลดล็อกเกมรุกของ “ผีแดง” และนำไปสู่การยิงประตูถล่มทลาย

แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน.
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน.

จะว่าไปแล้วแมตช์นี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แบ็กซ้าย-ขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเล่นเกมบุกสบายๆ เพราะพวกเขาไม่ต้องไปพะวงเรื่องเกมรับเลย เนื่องจากคู่แข่งมีผู้เล่นน้อยกว่าตั้งแต่ไก่โห่ และทำได้เพียงแค่ตั้งรับอย่างเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยกเครดิตให้กับ ชอว์ กับ วาน-บิสซาก้า ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นโดยเฉพาะการเติมเกมรุกทั้งสองฝั่ง ทำให้ทีมมีโอกาสในการเข้าทำหลากหลาย และนำไปสู่สกอร์ที่โหดห้ามอุทธรณ์ซึ่งสาวก “นักบุญ” คงไม่อยากจำ

เกมรุกแมนยูไนเต็ดกลับมาลงตัวอีกครั้ง

ช่วงต้นเดือนมกราคมนี้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาเรื่องการยิงประตูพอสมควร พวกเขาซัดไปแค่ 6 ลูกในเกมลีกเท่านั้น แต่ผลงานในแมตช์นี้ทำให้ฟอร์มการเล่นเกมรุกที่เคยดุดันกลับคืนมาทันที

แมนยูไนเต็ด
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน

มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูแรกในเกมลีกนับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ ซัดประตูแรกในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้าน อองโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาเป็นตัวสำรองจัดการสอยสองประตูในเกมนี้ถือเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง

ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประตูของ แมนฯ ยูไนเต็ด  5 เกมลีกหลังสุด แมตช์นี้ก็จัดการทบต้นทบดอกยิงจุดโทษ และทำแอสซิสต์ให้ แดเนี่ยล เจมส์ กับ มาร์กซิยาล ถือเป็นการเรียกผลงานชั้นยอดแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง
การคว้า 3 คะแนนพร้อมสกอร์ขนาดนี้ แน่นอนว่าเป็นการเรียกขวัญกำลังใจของพลพรรค “เร้ด เดวิลส์” ได้เป็นอย่างดี หลังจากที่ฟอร์มฝืดในเกมลีก 2 แมตช์ติดต่อกัน

แรชฟอร์ด เดินหน้าทำลายสถิติตำนาน

ต้องยอมรับว่า แรชฟอร์ด คือความภาคภูมิใจของเหล่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” เพราะเขาเป็นเด็กก้นกุฏิจากสถาบันลูกกรอกคะนอง และพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นอยู่ในทีมชุดใหญ่ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล ก่อนจะกลายเป็นตัวหลักของทีมในปัจจุบัน

“หนูแรช” ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว และทักษะในการลากเลื้อยเท่านั้น จังหวะจบสกอร์ของเขาก็เฉียบคมมากๆ แม้ในช่วงหลังๆ อาจจะฟอร์มสะดุด แต่เจ้าตัวก็ยังคงมีประโยชน์เวลาที่ทีมเดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่คู่แข่ง

แมนยูไนเต็ด โคตรโหด
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน

แม้ว่าเกมนี้ หัวหอกอาหารกลางวันเด็ก จะยิงได้แค่ประตูเดียว แต่เป็นประตูที่มีความหมายสำหรับเขามากๆ เพราะทำให้ตอนนี้เจ้าตัวซัดไปแล้ว 83 ลูกในทุกรายการ เหนือกว่า เอริค “เดอะ คิง” คันโตน่า ตำนานสโมสร ที่เคยยิงให้ “ผีแดง” 82 ประตู

สำหรับรายต่อไปที่ แรชฟอร์ด จะยิงแซงหน้าก็คือ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานจอมปั่นฟรีคิกของทัพ “ผีแดง” ที่มีสถิติยิงประตูให้กับ แมนฯ ยูฯ 85 ลูก ฉะนั้นด้วยวัย และโอกาสลงสนามมากขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาคงทำได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ แรชฟอร์ด ต้องทำให้ได้ยิ่งกว่ายิงประตูก็คือการนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ไม่งั้นคงเป็นได้แค่ราชันไร้มงกุฎ

 เกมเดียวคุ้มจริงๆ

สกอร์บอร์ดที่เห็นไม่ใช่เรื่องโกหก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านไล่ต้อน เซาธ์แฮมป์ตัน เละเทะแบบไม่เกรงใจสโมสรที่เคยปราบ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าเมื่อต้นปีนี้ ที่สำคัญสกอร์มโหฬารขนาดนี้ทำให้ “ปีศาจแดง” มีผลต่างประตูได้เสียเท่ากับ คู่อริร่วมลีกทันที แถมยังเป็นทีมที่ยิงประตูเยอะสุดในลีกด้วย

คงไม่ต้องสาธยายฟอร์มของ แมนฯ ยูฯ เพราะดูยังไงพวกเขาก็เหนือกว่าแบบร้อยเปอร์เซนต์ เนื่องจากมีผู้เล่นมากกว่าตั้งแต่ 2 นาทีแรก ซึ่งเพียงแค่นั้นก็ถือว่าเกมจบไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ที่น่าเหลือเชื่อก็คือสกอร์ขาดลอยขนาดนั้น

แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน4
แมนยูไนเต็ด โคตรโหดฝังเซาธ์แฮมป์ตัน

ตัดเกรดแข้ง แมนยูฯ

ดาบิด เดเคอา เซฟลูกฟรีคิกของ วอร์ด พราวส์ ได้อย่างสุดยอด นอกจากนั้นแทบไม่ต้องออกแรง

อารอน วาน-บิสซากา น่าจะเป็นเกมที่เขาเล่นเกมรุกได้ดีที่สุดในสีเสื้อยูไนเต็ด ทำประตูขึ้นนำ 1-0 และสร้างโอกาสให้ทีมหลายครั้ง ส่วนเกมรับยังเสียบสกัดแม่นยำเหมือนเดิม

วิคตอร์ ลินเดเลิฟ แทบไม่ต้องเจองานหนักอะไร เพราะเซาแธมป์ตันเหลือ 10 คนตั้งแต่ต้นเกม แถมยังมาเหลือ 9 คนในเวลาต่อมาอีก

แฮร์รี แม็คไกวร์ กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่ตลอดเวลา เกมรับเล่นได้ตามมาตรฐาน มีจังหวะพาบอลลุยขึ้นมาเองให้เห็น

ลุค ชอว์ ท็อปฟอร์มอีกแล้ว เกมรุกบุกดุดันสุดๆ จัดไป 2 แอสซิสต์ ก่อนจะได้ไปพักหลังจบครึ่งแรก

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นคนที่โดนทำฟาวล์ก่อนที่แข้งนักบุญจะถูกไล่ออกตั้งแต่ต้นเกม เล่นได้คงเส้นคงวา และทำได้ 1 ประตู

เฟร็ด ทำงานหนัก เล่นได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ ครึ่งหลังถูกปรับมาเล่นแบ็กซ้ายก็ไม่มีปัญหาอะไร

เมสัน กรีนวูด 1 แอสซิสต์ จากการจ่ายให้ แรชฟอร์ด ยิง

บรูโน เฟอร์นันเดส แม้จะไม่โดดเด่นแบบสุดขีด แต่ก็ยังสำคัญ ซัดไป 1 จุดโทษ กับโหม่งแอสซิสต์ให้ แดเนียล เจมส์ ยิงประตู 9-0

มาร์คัส แรชฟอร์ด มีส่วนกับเกมรุกเยอะ ซัดไป 1 ประตู

เอดินสัน คาวานี โหม่งทำประตูสุดสวยไป 1 ตุง ก่อนจะได้ไปพักหลังจบครึ่งแรก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด