แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เสียท่าโดน เชฟฟิลด์ บุกสอยคาถิ่น

702
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คาบ้านและนี่คือประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

การโรเตชั่น ปรับเปลี่ยน มากเกินไป

เกมนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เปลี่ยนแปลงนักเตะถึง 6 ตำแหน่งจากเกมที่เปิดบ้านชนะ ลิเวอร์พูล ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 โดยนักเตะคนสำคัญของ  แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อย่างเช่น ลุค ชอว์,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ไม่มีชื่อเป็นตัวจริง และเห็นได้ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้ผล ลุค ชอว์ คือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง อเล็กซ์ เตลเลส ไม่สามารถบุกกดดันคู่แข่งได้เท่ากับที่ ชอว์ ทำได้ จะมีก็แต่การเปิดบอลที่ค่อนข้างดีแต่มันก็ไม่เพียงพอกับการผลักดันทีมให้ลุยไปข้างหน้า ขณะที่ อักเซล ตวนเซเบ กองหลังพลังหนุ่ม ได้ออกสตาร์ตเป็นจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก และเขาก็แสดงให้เห็นถึงการขาดประสบการณ์ มีส่วนร่วมกับทั้ง 2 ประตูที่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเสียไปในเกมนี้ เริ่มจากประตูแรกที่โหม่งบอลไม่ถึง จนบอลมาเข้าทาง คีน ไบรอัน โหม่งเข้าไป ส่วนประตูที่สองเขาก็มีส่วนกับการสกัดบอลได้ไม่ดีพอ ก่อนสุดท้าย โอลิเวอร์ เบิร์ก จะซัดบอลมาแฉลบเขาเข้าประตูไป ส่วนการส่ง เนมันยา มาติช ลงตัวจริงนั้นก็ขาดทั้งความเร็วและพละกำลังที่จะบดบี้กับแดนกลางของคู่แข่ง ต่างจากตอนที่มี เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์ อย่างสิ้นเชิงอย่างสิ้นเชิงอย่างสิ้นเชิง

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

การตอบสนองของผู้เล่นช้า

หลังจากที่ คีน ไบรอัน โหม่งทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้ เชฟฟิลด์ จากนั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็เป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าอย่างชัดเจน แต่ล้มเหลวที่จะหาทางเจาะเข้าไปเนื่องจากทีมของ คริส ไวล์เดอร์ ตั้งรับกันเป็นระเบียบมากๆ ต้องชื่นชมทีมเยือนในจุดนี้ด้วย และแม้ว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จจากลูกเตะมุมที่ อเล็กซ์ เตลเลส เปิดมาให้ แฮร์รี แม็คไกวร์ โหม่งเข้าไป แต่พวกเขาก็ไม่สามารถนำโมเมนตัมนี้มาใช้เป็นแรงขับเคลื่อนในการไล่ล่าประตูที่สองได้ ปล่อยให้เกมมันยืดเยื้อมาเรื่อยๆ จนมาเสียประตูและพ่ายแพ้ 1-2 ไปในที่สุด
แมนเชสเตอรยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

คิดผิดที่ดร็อปคาวานี

 เอดินสัน คาวานี กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย น่าจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเนื่องจากโชว์ฟอร์มได้ดีในระยะหลัง แต่โซลชาร์กลับมองข้าม และเลือก อองโตนี มาร์เชียล ลงมาแทนในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ซึ่ง มาร์เชียล ไม่สามารถช่วยอะไรทีมได้เลยในเกมนี้ ต่างจาก คาวานี ที่มักจะเคลื่อนที่อยู่ตลอดเพื่อเปิดทางให้ตัวรุกคนอื่นๆ ได้มีพิ้นที่ในการทำเกม รวมถึงลงต่ำมาช่วยเกมรับและลงมาล้วงบอลด้วยตัวเอง แต่ มาร์เชียล แทบจะไม่ค่อยอยากขยับตัวไปไหน ทำให้โดนคู่แข่งจับทางได้หมด และยังส่งผลให้โซนตั้งรับของเชฟฟิลด์มันแน่นจนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดปิศาจแดงหาทางเจาะเข้าไปทำประตูได้ยากลำบากในเกมนี้นั่นเอง ซึ่งตอนที่ คาวานี ลงมาเป็นตัวสำรองก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมาก เกมรุกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดดูดีขึ้นพอสมควรเลยทีเดียว ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับโซลชาร์แล้วว่านัดต่อไปกับ อาร์เซนอล เขาจะเลือกใครลงสนาม
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

ประตูที่ 2 แมนยูเชสเตอร์ยูไนเต็ด เสียง่ายเกินไป

ประตูที่ 2 ที่ ผีแดง เสียไปในเกมนี้เรียกได้ว่า “พังยกแผง” กันเลยทีเดียว เริ่มจาก แฮร์รี แม็คไกวร์ ส่งบอลคืนให้ ดาบิด เดเคอา ในระยะประชิดจนจอมหนึบทีมชาติสเปนต้องเคลียร์บอลออกมา แต่แทนที่จะหวดทิ้งไปเลย แต่ดันเตะแบบเขี่ยๆ มาเข้าทางคู่แข่งจนได้ตั้งเกมบุกอีกครั้ง และนับจากที่นั้นผู้เล่นของยูไนเต็ดที่อยู่แถวพื้นที่นั้นเหมือนเสียสมาธิกันหมดทั้ง อองโตนี มาร์เชียล, เนมันยา มาติช และ อเล็กซ์ เตลเลส ไม่มีใครพยายามที่เข้าไปหาบอลเพื่อกดดันคู่แข่ง จนทำให้สุดท้ายแล้วเป็น จอห์น ลุนด์สแตรม ที่จ่ายเข้าเขตโทษให้ โอลิเวอร์ เบิร์ก ได้ยิงแบบไม่มีใครประกบ บรูโน เฟอร์นันเดส พยายามจะวิ่งลงช่วยแต่ก็ไม่ทัน กลายเป็นประตูชัยของดาบคู่ในเกมนี้นั่นเอง

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

โดนสูตรตั้งรับเหนียวแน่น

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มักจะใช้แผนการเล่นเน้นเกมรับเหนียวแน่น และสวนกลับอย่างรวดเร็วด้วยศักยภาพผู้เล่นเกมรุก อย่างไรก็ตามแมตช์นี้ คริส ไวล์เดอร์ ขอใช้สูตร “น้าลูกอม” แต่ “ดาบคู่” ไม่ได้มีเกมรุกแบบ “ปีศาจแดง” เพียงแค่พวกเขาสามารถฉกฉวยโอกาสที่มีได้ก็เท่านั้น

แมนยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

หลังจากที่ แมน ยูไนเต็ด เสียประตูตั้งแต่ต้นเกม แน่นอนว่าสาวก “เร้ดส์ อาร์มี่” คงไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจเพราะพวกเขาได้ชื่อว่าเป็นทีมจอมคัมแบ็กสามารถเก็บแต้มได้ถึง 21 คะแนนแม้จะโดนคู่แข่งขึ้นนำไปก่อน แต่ใน 21 คะแนนไม่มีผลงานคัมแบ็กในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด !!

ตอนที่ถูกนำปกตินักเตะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จะฮึดสู้และบดขยี้คู่แข่งทันที แต่ในเกมนี้หากมองผิวเผินดูเหมือนขุนพล “ผีแดง” พยายามจะไล่บี้ทีมเยือน แต่เมื่อมองอย่างละเอียดจะเห็นว่าพวกเขาขนาดพลังในการขับเคลื่อนอย่างมากซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าตอนนี้นักเตะตัวหลักของ แมนฯยูฯ เริ่มมีอาการล้าเต็มทีแล้ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่สามารถร่ายเวทมนต์ได้อย่างที่เคยทำ เมื่อโดนนักเตะ “ดาบคู่” ตามประกบแบบหายใจรดต้นคอ ซึ่งงานนี้คู่แข่งแมนฯ ยูฯ คงรู้วิธีจัดการกับจอมทัพทีมชาติโปรตุเกสแล้วว่าจะต้องทำยังไง !! ส่วน ปอล ป็อกบา ไม่สามารถแทงบอลที่แม่นยำได้เช่นกัน

สำหรับ แรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยาล ของ ผีแดง เกมนี้เล่นไม่เข้าขาเหมือนแต่ก่อน ส่วนจังหวะการวิ่งฉีกหนีคู่แข่งก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเกมรับ เชฟฯ ยูฯ มากนัก เช่นเดียวกับ เมสัน กรีนวู้ด ที่อาจจะมีลูกหวือหวาบ้างแต่ก็ขาดความนิ่งในการเล่น แม้ โซลชา จะส่ง เอดินสัน คาวานี่ ลงมา แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เกมรุกของพวกเขาดูน่าตื่นตาตื่นใจอะไรเลย

แมนยูต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดก่อนจะสายเกินแก้ไข

การได้เล่นใน “โรงละครแห่งความฝัน” ถือว่าเป็นโอกาสดีสำหรับ แมนเชสเตอร์ยู ไนเต็ด เพราะผลงานในบ้าน 4 เกมลีกหลังสุดสะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็นแถมเสมอแค่แมตช์เดียว ในการรับมือกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไร้สกอร์ซะด้วย เกมนี้ โซลชา จัดทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในการรับมือกับทีมบ๊วยของลีก แต่กลายเป็นว่าทีมชุดนี้ยังดีไม่พอที่จะเคี้ยงบ๊วยให้สบายปาก แถมยังโดนบ๊วยติคคอจนสะลึกร่วงลงมาอยู่อันดับ 2 ในตารางลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แมนยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พลาดท่าแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

จริงๆ แล้วตอนที่ ผีแดง ได้ประตูตีเสมอ ต้องบอกว่ารูปเกมของพวกเขาเหนือกว่าคู่แข่งเยอะมาก และเวลาที่มีเหลือเฟือที่จะเดินหน้าเพื่อยิงประตูเพิ่ม แต่กลายเป็นว่าทัพ “เร้ด เดวิลส์” ดันไม่สามารถสร้างสรรค์เกมบุกในการเจาะแนวรับสุดหินของ “เดอะ เบลด” ได้เลย  ย้อนกลับไปเกมเยือน ฟูแล่ม แฟนบอลแมนฯ ยูฯ อาจจะมองข้ามประเด็นนี้ เพราะกว่าที่พวกเขาจะยิงประตูชัยได้ก็ต้องรอครึ่งหลัง แถมเวลาที่เหลือก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มได้ ฉะนั้นนี่อาจจะเป็นปัญหาที่กำลังคุกคามการลุ้นแชมป์ลีกของ “ผีแดง”

ดังนั้นในเกมปะทะกับ อาร์เซน่อล แม้จะไปเยือนและมีสถิติที่ดีในฐานะอาคันตุกะ แต่ “ปืนใหญ่” เป็นพวกทีมรับเหนียวแน่น เกมรุกก็เริ่มดุดัน งานนี้ โซลชา และลูกทีมต้องจดจำบทเรียน “บ๊วยติดคอ” เพื่อนำไปแก้ตัวที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม