ปัจจัยหลักเชือด แลมพาร์ด พ้นเก้าอี้นายใหญ่เชลซี

697
แลมพาร์ด
แลมพาร์ด กลายเป็นผู้จัดการทีมคนล่าสุดที่ตกงาน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กลายเป็นผู้จัดการทีมคนล่าสุดที่ตกงานเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่สโมสรเชลซี ตัดสินใจสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว สังเวยผลงานที่สุดย่ำแย่ของทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” ในฤดูกาล 2020/2021

 “แลมพาร์ด” คุมทัพ “สิงห์บลูส์” ที่อุดมไปด้วยผู้เล่นระดับพระกาฬมากมาย หลังจากที่พวกเขาทุ่มเงินจำนวนมหาศาลกว่า 200 ล้านปอนด์ (ราว 7,600 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กลายเป็นว่าทีมเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ตั้งเป้าเอาไว้

ที่สำคัญความพ่ายแพ้ 5 เกมจาก 8 นัดในพรีเมียร์ลีก ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ โรมัน อบราโมวิช อภิมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย และบอร์ดบริหาร มองว่าหากขืนให้ แลมพาร์ด กุมบังเหียนต่อไปอันดับของทีมน่าจะหล่นไปมากกว่าที่ 9 ในปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญอะไรที่ทำให้ แลมพาร์ด ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่ง งานนี้ต้องบอกเลยว่าแต่ละประเด็นน่าจะบ่งบอกถึงเหตุผลได้อย่างชัดเจนว่างานในฝันของ “แลมพาร์ด” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตำนานของสโมสร ทำไมถึงต้องยุติอย่างเจ็บปวดเช่นนี้

แลมพาร์ด
แลมพาร์ด กลายเป็นผู้จัดการทีมคนล่าสุดที่ตกงาน

ใช้เงินมหาศาลเสริมทัพแต่ผลลัพธ์แทบสูญเปล่า
ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ แลมพาร์ด ได้เข้ามาคุมเชลซี  เพราะตอนนั้นทีมโดน  สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษห้ามซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมา และช่วงเดือนมกราคม 2020

การที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ติดโทษแบนดังกล่าวทำให้บรรดากุนซือที่มีประสบการณ์เจนชัดในวงการลูกหนัง ไม่ค่อยสนใจอยากเข้ามารับงานกุมบังเหียน ด้วยเหตุนี้ทำให้บอร์ดบริหารที่นำโดย “เสี่ยหมี” ลองเสี่ยงใช้บริการ แลมพาร์ด หลังเจ้าตัวทำผลงานได้ดีในการคุมทัพ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เคาน์ตี้

ฤดูกาลแรกของ “แลมพ์ส” กับ เชลซี ไปได้สวยเลยทีเดียว เมื่อเขาสามารถนำสโมสรติดท็อปโฟร์ทั้งๆ ที่มีผู้เล่นค่อนข้างจำกัดเนื่องจากติดปัญหาเรื่องโทษแบนห้ามซื้อนักเตะ ทำให้จำเป็นต้องใช้ดาวรุ่งที่ไร้ประสบการณ์เป็นแกนหลัก

อย่างไรก็ตามการที่ไม่ได้เสริมทัพแต่ผลงานออกมาดี นี่จึงเป็นเหมือนโล่ป้องกันเขาจากเสียงวิจารณ์ แต่สิ่งเหล่านั้นได้หายไปทันทีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เมื่อ เชลซี ทุ่มงบถึง 230 ล้านปอนด์ (ราว 8,740 ล้านบาท) ในการซื้อแข้งระดับโลกมาร่วมทัพ

นี่คือหนึ่งในเหตุผลข้อแรกๆ ที่ทำให้ เชลซี รู้สึกว่า แลมพาร์ด ใช้เงินไปอย่างสูญเปล่า ฉะนั้นการไล่ออกจึงเป็นผลตอบแทนที่เขาได้รับจากการบริหารงานที่ผิดพลาดแบบนี้

ความล้มเหลวในการคว้าตัว เดแคลน ไรซ์
แม้ว่า เชลซี จะใช้เงินไปจำนวนมหาศาลในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้นักเตะที่ที่เหมาะสม และสำคัญมากๆ มาร่วมทีม เพราะความจริงแล้วผู้เล่นที่ แลมพาร์ด อยากได้ที่สุดก็คือ เดแคลน ไรซ์

“แลมพาร์ด” แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการเซ็นสัญญากับ ดาวเตะตัวเก่ง “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อย่างมาก เพราะเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์เนื่องจากสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก และ กองกลาง

แลมพาร์ด.
แลมพาร์ด กลายเป็นผู้จัดการทีมคนล่าสุดที่ตกงาน

เนื่องจากแนวรับของ เชลซี ค่อนข้างมีปัญหามากๆ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า นายทวารชาวสแปนิช ต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบาก เพราะกองหลังแทบไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ฉะนั้น แลมพาร์ด จึงอยากได้ ไรซ์ มาเสริมทัพเพื่อช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้

แน่นอนว่าหาก ไรซ์ ย้ายมาร่วมทีมจะทำให้ แลมพาร์ด สามารถวางแท็กติกได้อย่างที่ต้องการ แต่น่าเสียดายที่บอร์ดบริหารปฏิเสธที่จะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อเซ็นสัญญากับผู้เล่นที่พวกเขาเคยปล่อยตัวไปสมัยที่ยังเป็นดาวรุ่ง

ปัญหามากมายภายในเชลซี
หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ทำให้ แลมพาร์ด ไม่สามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นของทีมได้ ก็เพราะการที่เขามีปัญหากับบรรดาผู้เล่นที่มีอิทธิพลกับทีม ซึ่งนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว จนยากจะประสานให้เป็นดั่งเดิมได้อีกต่อไป

ก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาเป็นระลอกว่าภายในสโมสร “สิงห์บลูส์” มีนักเตะที่อยู่กับทีมมานานไม่ค่อยพอใจกับแนวคิดของ แลมพาร์ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กุนซือหนุ่มไฟแรงชาวอังกฤษ ขาดความเชื่อมั่นในตัวพวกเขาเหล่านั้น

หนึ่งในผู้เล่นที่มีการพาดพิงถึงก็คือ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ปราการหลังมากประสบการณ์ ซึ่งเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลภายในทีม แต่โดน แลมพาร์ด จับแช่แข็งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองช่วงต้นฤดูกาลนี้ ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะเขายังมีปัญหากับนักเตะอีกหลายคน

แลมพาร์ด
แลมพาร์ด กลายเป็นผู้จัดการทีมคนล่าสุดที่ตกงาน

แม้ว่าจะมีความพยายามที่จะประสานรอยร้าวให้ดีขึ้น แต่ความสัมพันธ์กลับยิ่งแย่ลงเข้าไปใหญ่ เมื่อ แลมพาร์ด เปิดปากวิจารณ์นักเตะของเขาต่อหน้าสื่อมวลชนในช่วงหลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพราะเรื่องที่มีนักเตะบางคนที่ไม่ได้แสดงความเป็นมืออาชีพออกมา จนส่งผลให้ความบาดหมางยิ่งหนักขึ้นเข้าไปอีก

ผลงานในลีกฟางเส้นสุดท้ายของ “แลมพาร์ด”
ชัยชนะเหนือ ลูตัน ทาวน์ ในเกมฟุตบอลน็อกเอาต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ไม่เพียงพอที่จะต่อลมหายใจของ แลมพาร์ด ในการกุมบังเหียน เชลซี เพราะผลงานในพรีเมียร์ลีกของเขามันย่ำแย่เกินกว่าที่ อบราโมวิช จะยอมรับได้

“เสี่ยหมี” ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเป็นเศรษฐีอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว เพราะมีกุนซือเป็นโหลที่โดนเขาสั่งปลดออกจากตำแหน่งในยุคที่ครองอำนาจในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเสียดายเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับผู้จัดการทีมเหล่านั้นเลย

ในรายของ “แลมพาร์ด” อาจจะมีความสมเหตุสมผลที่ อบราโมวิช จำเป็นต้องทำร้ายจิตใจสาวก “สิงห์บลูส์” ในการไล่ออกตำนานของสโมสรออกไป แต่มันจำเป็นอย่างยิ่งเพราะฟอร์มของทีมนอกจากจะย่ำแย่แล้ว อันดับก็ไม่น่าอภิรมณ์ด้วย

แลมพาร์ด
แลมพาร์ด กลายเป็นผู้จัดการทีมคนล่าสุดที่ตกงาน

ความพ่ายแพ้ 5 เกมจาก 8 แมตช์ในลีก โดยเฉพาะการแพ้ อาร์เซน่อล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สกอร์ 1-3 ทั้งสองเกม และยังมาพ่าย เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2 อีก ทำให้อันดับหล่นไปอยู่ถึงที่ 9 ห่างจากอันดับท็อปโฟร์ 5 คะแนน ด้วยเหตุนี้ทำให้ อบราโมวิช และบอร์ดบริหาร ต้องรีบชิงเปลี่ยนแปลงเป็นการด่วน ก่อนที่โอกาสจะคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจะหมดไป